วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2551

Forex Auto Pilot

วันนี้ไปเปิดบัญชี USD ของที่กสิกรมาแล้วค่ะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ที่สาขาสุขุมวิท 33 ปรากฎว่าบัญชี USD ต้องไปผูกกับบัญชีอื่นของธนาคารกสิกรสาขาเดียวกัน เลยพลอยได้บัญชีออมทรัพย์ของกสิกรอีกเล่มนึง

ตอนแรกก็กะว่าจะเปิด account forex trading เลยทันที แต่ไป ๆ มา ๆ คิดว่าจะลองทดลอง software forexautopilot ก่อน (ซื้อมาในราคาประมาณ 90 USD นะค่ะ)

forexautopilot มันก็คือ software ที่ช่วยซื้อขาย forex สำหรับ platform MT4 (Meta trader 4) โดยอัตโนมัติ หมายความว่า เราไม่ต้องคอย trade เองค่ะ มันจะ trade ให้เรา แต่สิ่งที่ยังหวั่น ๆ อยู่ก็คือ แล้วมันจะทำกำไรให้เราได้จริงหรือเปล่า

เท่าที่อ่าน ๆ ในบล็อก หรือ เว็บบอร์ดของต่างประเทศ ปรากฎว่า software ตัวนี้ทำงานค่อนข้างดีค่ะ บางราย สามารถทำให้ได้กำไร 100% ภายในเวลาแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีข้อดีอย่างเดียวนะค่ะ ดังที่เค๊าเคยพูดกันไว้ว่า "การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง" การซื้อขายบางครั้งของตัวนี้ ก็ทำให้ขาดทุนเหมือนกัน แต่ดูโดยรวมแล้ว หลาย ๆ คนบอกว่ามันยังทำกำไรให้เป็นที่น่าพอใจค่ะ

และเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการใช้ software ตัวนี้ จะขอลองใช้กับ demo account ซักระยะนึงก่อน แน่ใจแล้วค่อยลงทุน ยังไงจะมาอัพเดทเรื่อย ๆ ค่ะ

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2551

fxdd.com

อย่างที่สัญญากันไว้ หลังจากใช้ demo account ของ fxdd.com มาได้ระยะหนึ่ง ก็ปรากฎว่าตัว interface เองใช้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว ใช้ง่าย ไม่มีปัญหาติดขัด ยังไงเลยตัดสินใจว่าจะใช้ website นี้เป็น live account แล้วค่ะ คาดว่าพรุ่งนี้คงจะยื่นใบสมัคร

จริง ๆ กะว่าวันนี้จะไปเปิด USD account ที่ Kbank ซะหน่อยเพื่อเอาไว้รองรับเงินที่จะโอนเข้ามา หลังจากเล่น forex ได้กำไรค่ะ แต่วันนี้ดันลืมเอากระเป๋าตังค์มาซะนี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปใหม่

แต่หมายเหตุไว้นิดนึงนะค่ะ ไม่ใช่ทุกสาขาของ Kbank ที่สามารถเปิด USD account ได้ ก่อนไปเปิด account ให้โทรไปถามที่ 02-8888888 ได้ค่ะ

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2551

การเลือก on-line broker และ การจัดการในไทย

ก่อนจะ trade forex ได้ จำเป็นต้องมี on-line brokerage ก่อน มีหลายอย่างที่จะต้องพิจารณาในการเลือกค่ะ อย่างน้อย ๆ ก็...

  • วิธีการฝาก/ถอนเงิน - เท่าที่ดู ๆ มามีหลากหลายวิธีค่ะ อย่างเช่น ผ่านเครดิตการ์ด (ทั้งฝากและถอน), โอนเงินผ่านบัญชี, เช็ค, Paypal สะดวกอย่างไหนก็เลือกเอานะค่ะ แต่ต้องดูดี ๆ เพราะบาง broker มีค่าธรรมเนียมในการฝาก/ถอน แต่ละช่องทางด้วย
  • Spread - หากเราจะ trade เงินตราใหญ่ ๆ เช่น EURO vs. USD (หรือตามสัญลักษณ์ของทาง forex คือ EURUSD) ค่า spread ดี ๆ มักจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 pips ค่ะ (spred ก็คือความแตกต่างระหว่างอัตราการซื้อขายไงค่ะ เหมือนอย่างเวลาเราไปซื้อเงิน ดอลล่าร์ เราต้องซื้อในอัตราหนึ่ง แต่เมื่อเราจะไปขายกลับ เราก็จะขายกลับในอีกอัตราหนึ่งตามที่ธนาคารกำหนด แล้ว "pip" มันคืออะไรน้อ? คือหน่วยความแตกต่างของ digit ที่ 4 ของอัตราแลกเปลี่ยนค่ะ อย่างเช่น อัตราซื้อคือ 1.4535 ดอลลาร์/ยูโรส่วนอัตราขายคือ 1.4533 ดอลล่าร์/ยูโร แสดงว่า spred เท่ากับ 2 pip ค่ะ พวก broker อยุ่ได้ก็ด้วย spred เนี่ยแหละ บางโบรคเกอร์ถึงไม่ต้องคิดค่า comission กันไงค่ะ)
  • comission บาง broker ก็มี บาง broker ก็ไม่มีค่ะ
  • leverage ratio มักจะคล้าย ๆ กันทุก broker สูงสุดได้ประมาณ 200:1 ค่ะ (อ่า แล้ว leverage ratio มันคือไร? คนที่คุ้นเคยกับการเล่นหุ้นคงจะรู้จักการเล่นแบบ "margin" ใช่ไม๊ค่ะ? ใช้แนวคิดประมาณเดียวกัน ก็คือยืมเงินคนอื่น (ก็คือ bank นั้นแหละ) มาเล่น นั้นก็คือ หาก leverage ratio เป็นที่ 100:1 หมายความว่า หากเราลงเงินของเราเข้าไป 1,000 เหรียญ เราจะมีวงเงินในการ trade ถึง 1,000 เหรียญ x 100 = 100,000 เหรียญค่ะ)
  • minimum deposit มักจะอยู่ประมาณ USD250-500 ค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ แล้วก็ความเสี่ยงที่จะรับได้นะค่ะ สำหรับการเริ่มต้นคิดว่าเราน่าจะเริ่มจากน้อย ๆ ก่อน เพื่อทำความคุ้นเคยกับการ deposit และ withdraw
  • Platform มีหลายอย่างค่ะ แต่ที่นิยมใช้คือ Meta Trader ที่นิยมใช้กันอาจเป็นเพราะว่าเป็น interface ที่ใช้ง่าย และก็คนใช้กันเยอะค่ะ
  • ความน่าเชื่อถือของ broker นั้น ๆ อันนี้ต้องดูดี ๆ เพราะเราจะต้องโอนเงินเราเองไปฝากไว้ที่เขา โดยส่วนตัวแล้ว จะให้ดี broker นั้น ๆ ควรจะมีการจดทะเบียนน่าเชื่อถือ ได้รับการแนะนำ หรือเป็นที่นิยมใช้แพร่หลายค่ะ
  • service ก็ต้องพิจารณาว่ามี service ดีมากน้อยขนาดไหน สังเกตุง่าย ๆ หาก broker นั้น ๆ มี live chat จะเป็นประโยชน์ต่อเรามาก เพราะสงสัยอะไรเมื่อไหร่ ก็ถามได้เลย (ต้องลอง chat ดูด้วยนะค่ะ เนื่องจาก บาง broker มีหน้าต่างนี้บท web ก็จริง แต่พออยากถามอะไรเข้าจริง กลับไม่มีคนอยู่ chat กับเรา)
ส่วนตัวแล้ว ยังไม่เคยเห็น forex on-line broker ของไทยมาก่อน เลยจำเป็นที่จะต้องหาของต่างประเทศ Broker ที่เห็นคนไทยใช้ ๆ กันก็คือ Marketiva.com และ fxclearing.ca แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป

Marketiva ดูแล้วท่าจะดี น่าเชื่อถือ แต่ว่าไม่ได้ใช้ Meta Trader Platform (เป็น interface แบบหนึ่งที่ใช้ใน forex trading ค่ะ) ซึ่งเป็น platform ที่เราอยากจะใช้ ดังนั้น broker นี้จึงตกไป

fxclearing.ca ดู condition ดีทุกอย่าง แต่ว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนกับสถาบันที่น่าเชื่อถือค่ะ ข้อนี้เลยตกไปสำหรับตัวเอง

เท่าที่ลองดูข้อดี ข้อเสียมาจากหลาย ๆ broker สุดท้ายก็มาลงตัวที่ fxdd.com ค่ะ เนื่องจาก
  • ฝากเงินผ่าน paypal ได้ ส่วนการถอนก็ bank wire เอา และไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนค่ะ
  • spread เพียง 2 pips เท่านั้น เย้ (จริง ๆ มีบางเว็บแค่ 1 pip แต่ว่าตก criteria ข้ออื่นเลยไม่เลือกค่ะ)
  • No comission
  • leverage ratio สูงสุด 200:1 (แต่ยิ่งใช้ ratio ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงนะค่ะ)
  • Mimimum deposit USD500
  • Platform Meta Trader 4 (MT4)
  • ความน่าเชื่อถือ และ service ดูโอเคค่ะ เพราะมี live chat คอยตอบคำถามได้ดี ดูเป็น web ใหญ่ด้วยค่ะ (ดูจากมีหลายภาษา support)

อย่างไรก็ตามเราต้องดูด้วยว่าการส่งถ่ายข้อมูลของเค๊าดีมากน้อยขนาดไหน ก็ต้องลองเปิด demo account ของเค๊าก่อน ยังไม่ตัดสินใจใช้เงินจริง ๆ เล่นค่ะ

Demo account นี้จะอนุญาติให้เราทำความรู้จักกับ Meta Trader 4 รวมถึงลองเล่น forex ดู เราสามารถกำหนดเงินของเราเองได้ ว่าอยากลงเงินหลอก ๆ นี้เท่าไหร่ ส่วนตัวเองนั้นลองดู 1,000 USD ค่ะ ใช้ leverage ratio 100:1 แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังต่อนะค่ะว่าใช้แล้วเป็นยังไง

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2551

ทำความรู้จักกับ blog และ ผู้เขียน

ผู้เขียนเองเป็นมือใหม่ในตลาด forex แม้มีประสบการณ์ในการเล่นหุ้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มาก เล่นทีไรเสียทุกที -_-' เลยคิดจะเลิกเอาดีทางการเล่นหุ้น และค้นหาการลงทุนรูปแบบใหม่ ๆ ที่สามารถหารายได้ (เสริม) ที่เป็นหลักประกันหากถูก layoff

การทำ blog มีจุดประสงค์เพื่อ

  • เป็นที่บันทึกประสบการณ์/ความรู้ที่ได้จากตลาด forex เพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการทำกำไรให้แก่ตนเอง และ ผู้อ่านต่อไป
  • เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้/คิดเห็นสำหรับคนที่สนใจลงทุนในตลาด forex

  • แสวงหาแนวทาง/software ใหม่ ๆ ที่ทำงานได้ดีในตลาด forex

เกี่ยวกับผู้เขียน


  1. ขณะนี้ทำงานประจำอยู่ค่ะ

  2. ที่บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไร ไม่ต้องสืบสานกิจการของครอบครัวต่อค่ะ

  3. มีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจการเงินอยู่นิดหน่อย เพราะ จบเศรษฐศาสตร์ เคยทำงานแบงค์ในช่วงสั้น ๆ มีเพื่อน ๆ ทำงานในธนาคาร และ สถาบันการเงินอยู่บ้าง

  4. เป็นคนขี้เกียจ (ทำงาน) ดังนั้นจึงหมั่นหาแนวทางการลงทุนที่ดี เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้นอนกะดิกเท้าอยู่กะบ้านเฉย ๆ ม่ะต้องทำงาน

  5. วางแผนว่าจะเกษียณตอนอายุ 35 ค่ะ.. :) (อ่า เหลือเวลาทำงาน งก ๆ อีก 4 ปีเอง :))

ยินดีรับฟังความคิดเห็นของทุกท่านเลยนะค่ะ

Crystal..